ประวัติวัดศีรษะช้าง
วัดศีรษะช้าง ตั้งอยู่ บ้านศีรษะช้าง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพุดซา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๑ งาน ๒๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๘๔๗๙๑ ทิศเหนือจดทางสาธารณะ ทิศใต้จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออกจดทางสาธารณะ ทิศตะวันตกจดทางสาธารณะ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๗.๗๕ เมตร ยาว ๑๒.๗๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นอาคารเสริมเหล็กหนึ่งหลัง กุฏิสงฆ์ ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ วิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง ศาลาปฏิบัติธรรม ๑ หลัง กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๘ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และ ฌาปนสถาน ๑ หลัง กว้าง ๕.๘๗ เมตร ยาว ๑๑.๒๐ เมตร ปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถทรงเชียงแสนสร้างด้วยปูนหน้าตักกว้าง ๖๗ นิ้ว สูง ๑๐๔ นิ้ว พระพุทธรูปปางห้ามญาติ สูง ๙๕ นิ้ว และปางรำพึง สูง ๙๕ นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐
วัดศีรษะช้าง ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๔ เดิมชื่อวัดหัวช้าง เมื่อสมัยก่อนมีช้างลงมาเล่นน้ำที่หนองน้ำ แล้วมีช้างตายเหลือแต่ซากหัว เลยถือเอานิมิตนี้ตั้งชื่อบ้านและวัด วัดหัวช้างเป็นวัดเก่าแก่มากไม่สามารถหาหลักฐานผู้ก่อตั้งได้ ทารบประวัติความเป็นมาตั้งแต่หลวงพ่อเผือก ต่อมาหลวงพ่อตู้ได้ชักชวนชาวบ้านพัฒนาวัด และได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดศีรษะช้าง” เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รับพระราชวิสุงคาม เมื่อ วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๑ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๒.๒๒ เมตร ยาว ๑๖.๗๓ เมตร
การบริหารและการปกครองโดยมีเจ้าอาวาสวัด ฯ สืบต่อกันมาหลายรูปดังนี้
๑. หลวงพ่อเผือก พ.ศ. ๒๓๙๖ – ๒๔๖๕
๒. หลวงพ่ออุปัชฌาย์ตู้ พุทฺธจิตฺโต พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๑๘
๓. พระครูวิโรจน์วิริยากร (เพ็ง) พ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๒๗
๔. พระอธิการแวง วิสารโท พ.ศ. ๒๕๒๗ – ๒๕๓๐
๕. พระอธิการพล จิตฺตสาโร พ.ศ. ๒๕๓๑ – ๒๕๕๐
๖. พระสมุห์สุชาติ ปริสุทฺโธ พ.ศ. ๒๕๕๐ (รูปปัจจุบัน)
การศึกษา
เป็นที่ตั้งสำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐
สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ ๓๖ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒
ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒
หน่วยสงเคราะห์พุทธมามะกะ ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น